วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ครุตีข้าว

เครื่องจักรสานอันมหึมา ร่องรอยของภูมิปัญญาที่กำลังจะลบเลือน
     “ครุตีข้าว” เป็นภาชนะเครื่องจักรสานขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับเครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ ของชาวนาในภาคเหนือ ใช้สำหรับรองรับเมล็ดข้าวในขณะตีข้าว  หรือนวดข้าวเพื่อแยกเมล็ดข้าวออกจากรวง และบรรจุข้าวเปลือก ก่อนจะนำไปเก็บยังยุ้งฉางต่อไป ครุตีข้าว ทำจากไม้ไผ่สาน มีรูปร่างคล้ายกระจาดขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางของปากครุกว้างประมาณ 2.5-3 เมตร สูงประมาณ 1 เมตร มีลักษณะปากกลมบานส่วนก้นสอบเข้าเล็กน้อย
     ปัจจุบัน บทบาทของครุตีข้าวได้ถูกลบเลือนไปจากสังคมชาวนาในภาคเหนือ การจักสานครุจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าแห่งความหลัง ชาวนาในปัจจุบันไม่นิยมใช้ครุในการตีข้าวอีกต่อไป

ครุตีข้าว

     ภาพครุตีข้าวที่บ้านผมเอง พ่อซื้อมาจากญาติเป็นใบสุดท้ายที่เหลืออยู่


ข้อมูลจากหนังสือ 750 ปีเมืองเชียงราย (เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเชียงราย)

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

เรื่องเบาหวาน

     ยายผมเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุประมาณ 60 ปี และเป็นเบาหวานขึ้นตาเมื่ออายุประมาณ75 ปี (ตามสูตร ขึ้นตา ลงตีน ฟอกไต) แต่รักษาทัน และต้องไปรักษาที่โรงบาลมหาราชเชียงใหม่ (รพ.สวนดอก) รพ.รัฐที่ดีที่สุดในภาคเหนือครับ ก่อนกลับมารักษาต่อที่เชียงราย ปกติยายจะทานยาสมุนไพรควบคู่กับยาโรงพยาบาล ซึ่งน้าผมเขาห้ามแต่ยายไม่ค่อยเชื่อ (ปกติหมอจะห้ามอยู่แล้ว) แต่ยายโชคดีเรื่องเท้า ไม่มีแผลใด ๆ 
     ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นคือ ตอนนั้นค่าไตยายผมไม่ค่อยดีอยู่แล้ว และไม่รู้ใครเอาสูตรนี้มาบอก หลายคนคงเคยได้ยิน คือเอาเม็ดลิ้นจี่ล้างน้ำให้สะอาดต้มผสมกับไตหมูแล้วกินแทนน้ำจะหายจากโรคไต ยายทำไปสองเดือนแล้วกลับไปตรวจเมื่อหมอนัด ในใจนึกว่าคงหายแน่ แต่ต้องตกใจเมื่อหมอบอกว่าไตยายพังแล้ว ไปทำอะไรมา 
     หลังจากนั้นยายก็ได้ฟอกไตเรื่อยมา และฉีดอินซูลินเพื่อรักษาเบาหวาน(ฉีดอินซูลินนี่ทำมานานแล้ว) ปัจจุบันได้เสียชีวิตลงแล้วครับ (เมื่อปี 2558) รวมอายุได้ประมาณ 80 กว่า คืออยากจะบอกว่าการจะเชื่ออะไรนั้นควรพิจารณาให้ดี เพราะสูตรแต่ละสูตรอาจได้ผลกับคนบางคน บางคนอาจเป็นผลเสีย เชื่อหมอจะดีกว่า เพราะยาเขาผ่านการทดลองมาแล้วว่าใช้กับคนแล้วไม่เกิดอันตราย
     คือผมไม่ได้อยู่กับยายจึงเตือนไม่ได้ เขาอยู่กับน้า และผมก็อยู่กรุงเทพฯ นาน ๆ จะเจอท่านที อันนี้ฝากไว้เป็นข้อเตือนใจนะครับ

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

ว่าด้วยเรื่องกาแฟ

     กาแฟ เห็นผู้ใหญ่เขากินกันไอ้เราก็อยากกินบ้าง จำได้ว่าตอนเป็นเด็กยายชวนไปตลาดตอนเช้า เขาจะแวะร้านกาแฟแล้วสั่งคนขาย แก่ ๆ ผอม ๆ จำชื่อไม่ได้ (จริง ๆ ผมความจำค่อนข้างดี) เอาโอวัลตินให้หลานแก้วนะ ผมจำได้ว่ารู้สึกมันหวานจัดมาก เขาจะใส่นมข้นเยอะ ไม่ชอบเลย พวกนม โอวัลตินนี่กินแล้วรู้สึกมึน ๆ อยากนอน 
     ผมสังเกตุพวกผู้ใหญ่เขาสั่งกาแฟโบราณกินกัน เขาจะเอาน้มข้นใส่ก่อนก้นแก้ว (สีขาว ๆ) แล้วเอากาแฟโบราณสีดำ ๆ ค่อย ๆ เทลงไปเวลามองแล้วเราอยากกิน แต่เด็กเขาให้กินแต่โอวัลติน (อดไป)


กาแฟแท้จะมีฟอง

     ผมเคยอ่านหนังสือเก่า ๆ (ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือทุกประเภท) เขาพูดถึงเรื่องกาแฟว่า วิธีดูกาแฟแท้ดูไม่ยากให้ต้มน้ำร้อน ๆ แบบเดือด ๆ เลย เอากาแฟใส่แก้วไว้แล้วเทน้ำร้อนลงไป ถ้ากาแฟแท้จะมีฟองเกาะตามขอบแก้ว และคอกาแฟแท้เวลาชงน้ำต้องเดือดเหมือนนรกว่างั้น และห้ามใส่น้ำตาลรสมันจะเสีย (ผมเห็นด้วย)แต่ถ้ากินไม่ได้ให้ใส่นิดหนึ่ง (นิดเดียวนะ)
     ผมว่ากาแฟสำเร็จรูปในบ้านเรา เขาช่อง ก็โอเคนะชงแล้วไม่มีตะกอนเหลือก้นแก้ว ยี่ห้ออื่นเคยเจอ ตะกอนบาน (ไม่ได้โฆษณา) ที่เขียนมานี่ไม่ได้บอกว่าผมเป็นคอกาแฟแต่อย่างใด (ปัจจุบันกาแฟสำเร็จรูปสำหรับผม ต้องเนสกาแฟ(โกลด์)หอมที่สุด 2562 อย่าใส่นมน้ำตาลนะ) ไม่มีความรู้ความชำนาญหรอก แต่ชอบในกลิ่นและรสของมัน กินบ้างไม่กินบ้างแต่ไม่ค่อยขาด ส่วนการกินใครจะใส่อะไรก็ได้แล้วแต่ความชอบ จะร้อนหรือเย็นก็ได้
     เขาว่าถ้าเมาค้าง หรือท้องเสีย ถ้าได้กาแฟดำ ขม ๆ สักแก้วอาจหายได้

วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

น้ำท่วม ไฟไหม้ ผีหลอก

(อุตรดิตถ์)

     ชายคนหนึ่งมีชีวิตอยู่อย่างยากจนมานาน ให้รู้สึกเหม็นเบื่อความจนเสียเหลือเกิน จึงเดินไปวัด ไปขอพรจากพระ
     “หลวงพ่อ! ให้พรแก่กระผมหน่อยเถอะ กระผมอยากรวยเหลือเกิน”
     หลวงพ่อกล่าวว่า
     “โยมฟังให้ดีนะ ถ้าโยมอยากรวย โยมต้องระวังของ 3 อย่างนี้ให้ดี
1.          ระวังน้ำท่วมปาก
2.          ระวังไฟไหม้ปาก
3.          ระวังผีหลอก”
     ชายคนนั้นกราบนมัสการลาพระกลับไปบ้าน ก็ไปทำตามคำพระทันที
“หลวงพ่อให้ระวังน้ำท่วมปาก เราควรจะปลูกบ้านบนที่ดอนเสียเลย น้ำจะได้ท่วมไม่ถึง
หลวงพ่อให้ระวังไฟไหม้ปากเราก็ควรทำกำแพงรั้วบ้านป้องกันไว้ให้แน่นหนา
หลวงพ่อให้ระวังผีหลอกเราก็ควรทำมุ้งอย่างดีมีคาถาอาคมติดแปะไว้อีก ผีที่ไหนก็ไม่กล้าเข้ามาหลอก”
เสร็จสรรพแล้ว แกก็ใช้ชีวิตตามปกติที่เคยเป็นมา แต่ก็ไม่ร่ำรวยสักที จึงไปหาหลวงพ่ออีกครั้ง
เมื่อไปถึงหลวงพ่อก็ถามว่า
“เป็นไงบ้างคุณโยม ร่ำรวยขึ้นหรือยังละตอนนี้ ?
ชายคนนั้นตอบว่า
“ยังเหมือนเดิมครับหลวงพ่อ ขนาดผมทำตามคำสั่งของหลวงพ่อทุกอย่าง ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ยังจนเหมือนเดิมครับ”
“คุณโยมทำอย่างไรละ ?” หลวงพ่อถามต่อ
“ผมก็ไปสร้างบ้านอยู่บนที่สูง น้ำท่วมไม่ถึง เพราะหลวงพ่อให้ระวังน้ำท่วมปาก” ชายคนนั้นเล่าต่อ
“แล้วทำอะไรอย่างไรอีก ?
“ผมก็ทำรั้วเป็นกำแพงอย่างดี ไม่มีทางที่ไฟจะไหม้บ้านได้ อย่าว่าแต่ปากผมเลย นี่ผมทำตามหลวงพ่อเพราะหลวงพ่อสั่งให้ระวังไฟไหม้ปาก”
“ทำอะไรต่อไปอีก ?
“ผมทำมุ้งอย่างดี เวลานอนกลางคืนจะได้ไม่มีผีมาหลอกหลอนมุ้งของผม ไม่มีทางที่ผีจะเข้าไปได้ แถมยังมีคาถาอาคมปิดอยู่รอบมุ้ง”
“คุณโยมใช้ชีวิตอย่างไร ?
“ผมก็ใช้ชีวิตตามปกติ เหมือนคนทั่ว ๆ ไปนั่นแหละครับ”
“คุณโยมดื่มเหล้าไหม ?
“ดื่มซิครับ ใคร ๆ เขาก็ดื่มเหล้ากันทั้งนั้นนี่”
“คุณโยมสูบบุหรี่หรือเปล่า ?
“บุหรี่นี่ ผมสูบมาตั้งแต่หนุ่มรุ่น ๆ เชียวแหละ”
“คุณโยม เล่นหวย เล่นการพนันอะไรหรือเปล่า ?
“หวยนั้นผมเล่นประจำ แต่ไม่เคยถูกสักงวด การพนันอื่น ๆ ก็เล่นบ้างเป็นครั้งคราว พอเข้าพวกเข้าฝูงกับเขาได้”
หลวงพ่อฟังแล้วก็นั่งนิ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวสอนว่า
“ถ้าคุณโยมหยุดได้ 3 อย่างนี้ได้ โยมก็จะร่ำรวยขึ้นตามลำดับ ที่อาตมาบอกกับโยมในวันนั้น ก็คือให้เลิกกระทำ 3 อย่างนี้แหละ ไม่เกี่ยวกับการสร้างบ้าน สร้างกำแพง และทำมุ้งนั้นเลย”
ชายคนนั้นรับฟังแล้วก็กลับไปปฏิบัติตัวใหม่ เริ่มแต่เลิกกินเหล้า เลิกสูบบุหรี่ เลิกเล่นหวยและการพนันทุกอย่าง
ไม่ช้าไม่นาน ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีคุณภาพ สุขภาพ สมรรถภาพ และร่ำรวยขึ้น มีเงินมากกว่าก่อนอย่างเทียบกันไม่ติด

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือรวมนิทานพื้นบ้านประจำจังหวัดภาคเหนือ โดย เอกรัตน์ อุดมพร





     

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เรื่องของเท้าในโรคเบาหวานสำคัญไฉน

     แผลที่เท้าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดบ่อยที่สุดในผู้ที่เป็นเบาหวาน และเป็นสาเหตุของการตัดขาอันดับหนึ่ง ดังนั้นจึงขอแนะนำวิธีการดูแลเท้าสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานดังนี้
     1.ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
     2.ตรวจดูเท้าและบริเวณซอกนิ้วเท้าทุกวันและตรวจดูสภาพเล็บร่วมด้วยอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามีปัญหาสายตา อาจให้ครอบครัวช่วยดูแลเท้าให้
     3.ทำความสะอาดเท้าทุกวันและเช็ดเท้าให้แห้งสนิทเสมอ
     4.ไม่ควรแช่เท้าในน้ำร้อน
     5.ถ้าต้องการอาบน้ำอุ่น ต้องใช้มือหรือข้อศอกที่ยังมีความรู้สึกดีเป็นตัววัดอุณหภูมิ
     6.ทาครีมบาง ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น โดยเว้นบริเวณซอกนิ้วเท้า เนื่องจากเป็นบริเวณที่อับชื้นได้ง่ายอยู่แล้ว การทาครีมอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย
     7.ตัดเล็บพอดีขอบ ไม่ตัดลึกลงไปเพราะอาจทำให้เกิดแผลหรือเล็บขบได้
     8.ไม่ควรใช้มีดโกนในการขูดหนังแข็งเอง และไม่ควรใช้สารเคมีใด ๆ กับเท้า
     9.สวมถุงเท้ารองเท้าเวลาเดิน ห้ามเดินเท้าเปล่า เลือกถุงเท้าที่ระบายอากาศได้ดี ขอบไม่รัด
    10.ก่อนสวมรองเท้า ตรวจสอบสภาพรองเท้าทุกครั้ง สำรวจดูว่ามีส่วนชำรุดหรือมีเศษวัสดุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายอยู่ในรองเท้าหรือไม่
    11.ป้องกันอันตรายจากความร้อนและความเย็นโดยห้ามเดินเท้าเปล่าบริเวณพื้น
    12.ดูแลระบบไหลเวียนของเลือดที่เท้าโดยห้ามสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง หรือพับเพียบทับขาตัวเองนาน ๆ อย่านั่งห้อยเท้านาน ๆ ควรยกเท้าสูง และบริหารเท้าเป็นระยะ ๆ
    13.ออกกำลังกายทุกวันผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำควรออกกำลังกายด้วยการเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย

ผศ.พญ.ชื่นชม ชื่อลือชา อาจารย์แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากเดลินิวส์

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คติธรรม

     ยามเยาว์เห็นโลกล้วน       แสนสนุก
ยามหนุ่มสาว ก็หลงสุข           ทุกเช้าค่ำ  
กลางคน เริ่มเห็นทุกข์            สุขคู่กันหนอ
ถึงยามแก่จึงรู้เค้า                  โลกล้วน อนิจจัง   

     เมื่อเช้าเห็นหน้าอยู่          สายตาย
สายอยู่สุขสบาย                   บ่ายม้วย
บ่ายยิ้มอยู่รวย                      เย็นดับชีพ
เย็นเล่นกับลูกด้วย                ค่ำม้วยดับสูญ

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คติเตือนใจให้ได้คิด

     พ่อแม่ก็แก่เฒ่า      จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน        เพียงเสี้ยวของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจาก       เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพไม่ทนนาน         ย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสาร          อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแลวัย            คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่า               เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน        คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกธรขึ้ง      ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องให้ยามป่วยไข้        ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่      แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพื่อจะได้ผล         เติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิด         ขอให้คิดทุก ๆ ยาม
ใจแท้มีแต่ความ           หวังติดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ฝั่ง        มีหรือหวังอยู่ได้นาน
สักวันหนึ่งล้มไป          ละทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ยามมีกิจ         หวังให้เจ้า     เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้     หวังให้เจ้า     เฝ้ารักษา
ยามถึงคราว    ล่วงลับไป      ดับชีวา
หวังเจ้า          ช่วยปิดตา     เวลาตาย


วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คติเตือนใจในการทำงาน

ถ้าทำงานแข่งกับสังคม        ทางแห่งความล่มจมจะตามมา
ถ้าทำงานเห็นแก่หน้า          จะพบกับปัญหาเรื่อยไป
ถ้าทำงานเห็นแก่ได้            อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง
ถ้ากลัวเกินไป                   จะทำอะไรไม่สำเร็จ 
ถ้ากล้าจนเกินงาม              จะพบกับความเดือดร้อน
ถ้าขาดความพอดี              จะเป็นหนี้ตลอดกาล
ถ้าหวังแต่ความสนุก           จะพบกับความทุกข์อย่างมหันต์
ถ้าขาดความยั้งคิด             ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย
ถ้าทำใจได้สงบ                 จะพบแต่ความเยือกเย็น

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

เรือนสามน้ำสี่ ผู้หญิงพึงปฏิบัติ

      เรือนสามคือ
1. เรือนนอน เมื่อตื่นนอนแล้ว เก็บผ้าห่มครัวนอนให้เรียบร้อย
2. เรือนครัว เมื่อทำครัวเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำความสะอาดเสมอ
3. เรือนผม ให้หมั่นสระผม อย่าให้มีกลิ่นเหม็นทำความสะอาดเสมอ
      น้ำสี่คือ
1. น้ำรัก เป็นผู้หญิงเป็นภรรยาต้องมีใจสัตย์ซื่อต่อสามี
2. น้ำแรง ช่วยในการทำงาน เพื่อแบ่งเบาภารกิจ
3. น้ำจิตต์ ไม่โมโหโกธรง่าย พูดจาอ่อนหวาน
4. น้ำใจ รู้จักประนีประนอม  รู้จักอภัยซึ่งกันและกัน

ดอยจระเข้

ถ้าคุณออกเดินทางจากอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายไปอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย เมื่อคุณมาถึงอำเภอแม่จันคุณก็จะเจอภูเขาลูกหนึ่งขวางหน้าคุณอย...