![]() |
| ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ขนาด 14 คนโอบจากเว็บ tnews ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใด |
น้อยปั๋นแก้ว ได้เดินทางเข้าไปตัดต้นตะเคียนขนาดใหญ่ ที่ห่างจากบ้านพอสมควร เหตุผลเพื่อจะเอาไปสร้างบ้าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านดงสุวรรณ ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย เมื่อไปถึงก็ลงมือตัดไม้ทันทีด้วยขวาน
น้อยปั๋นแก้ว (คำว่าน้อยคือผู้เคยบวชเป็นสามเณร ถ้าเป็นหนานคือผู้เคยบวชเป็นพระภิกษุ)ใช้เวลาตัดมาถึงวันที่ 3 ก็ยังไม่โค่นเพราะต้นตะเคียนมีขนาดใหญ่มาก พอมาถึงวันที่ 4 ขณะกำลังฟันไม้อยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนเรียก "ลุงน้อยทำอะไร" ลุงน้อยจึงหันไปดูก็ไม่เห็นใคร แกก็ฟันไม้ต่อไป พอสักพักหนึ่งก็มีเสียงคนถามอีกครั้ง แกเหลียวไปดูอีกครั้งก็ไม่เจอใคร แกจึงตั้งหน้าตั้งตาโค่นต้นไม้ต่อไป และสบถออกมาว่า เป็นยังไงวันนี้ต้องล้มไม้ต้นนี้ให้ได้
![]() |
| ภาพคนตัดต้นไม้ซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใด ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต |
พอถึง 5 โมงเย็นไม้ตะเคียนยักษ์ต้นนั้นก็ได้ล้มลง เสียงดังกึกก้องสะนั่นป่า หลังจากนั้นไม่กี่เดือน น้อยปั๋นแก้วได้ล้มป่วยลงโดยไม่ทราบสาเหตุ มีพิธีทำอะไรต่าง ๆ ในทางไสยศาสตร์ต่าง ๆ นา ๆ เพื่อให้แกหาย แต่ไม่เป็นผล
แกจึงได้พาลูกเมียอพยพ ย้ายบ้านออกมาจากบ้านดงสุวรรณ ไปอยู่บ้านแหลว ต.สันทราย อ.แม่จัน จ.เชียงราย อยู่ได้ไม่กี่เดือนแกก็ตาย ร่างกายแกตอนตาย ซูบผอมมาก มีคนเล่าว่า ในขณะย้ายแกไปอยู่บ้านแหลว โดยการหามไปเพราะแกเดินไม่ได้ ระหว่างทางที่หามมา จะมีนอกคองคอย ไม่แน่ใจว่านกอะไร ร้องมาตลอดทาง (ทางภาคเหนือบอกว่านกคองคอยคือนกผี)
และจะบินโฉบคนป่วยเป็นระยะ ๆ จนญาติพี่น้องต้องยิงสกัดนกเป็นระยะ ๆ พอพ้นเขตุป่านกดังกล่าวได้หายไป
ต้นตะเคียนเป็นไม้ที่มีผีสิง ดังนั้นเขาจะห้ามปลูกในบ้านเรือน ส่วนน้อยปั๋นแก้วแกอาจไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้ จึงทำให้แกต้องพบจุดจบในที่สุด เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นหลายสิบปีมาแล้วเขาเล่าต่อ ๆ กันมา


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น