![]() |
| แอ่งน้ำด้านล่าง |
ตัวน้ำตกจะต้องเดินขึ้นไปประมาณ 500 เมตร ทางชันไม่มาก แต่เล่นเอาหอบเหมือนกัน คนจะนิยมไปเที่ยวช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม และจะมากันเยอะในช่วงบ่ายมากกว่าตอนเช้า เพราะอากาศช่วงบ่ายจะร้อนคนจะมาแช่น้ำเย็น ๆ เพื่อคลายร้อน
![]() |
| ป้ายบอกทางบริเวณทางขึ้น |
วันนั้นผมไปช่วงเช้าไม่มีคนเลย สอบถามเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าคนจะมากันช่วงบ่าย สอบถามพูดคุยกับแม่ค้าด้านล่างสักพัก เลยซื้อน้ำติดตัวไปด้วยขวดหนึ่ง และเดินขึ้นไปปรากฎว่าเปลี่ยวใช้ได้เลย
![]() |
| พรรณไม้ที่ขึ้นตามบริเวณน้ำตก |
นึกถึงตอนเรียน รด.เคยเดินบรรยากาศแบบนี้ เลยเดินขึ้นไปดู ระหว่างทางก็เดินชมธรรมชาติไปต้นไม้เยอะเหมือนกัน มีกลิ่นไฟไหม้ และควันไฟเล็กน้อย คงเกิดจากไฟไหม้ป่าเมื่อคืน แน่ ๆ สังเกตุดูน้ำจะใสมาก เอามือจับดูเย็นทีเดียว
ใช้เวลาเดินขึ้นไปจนสุดทางประมาณ 30 นาทีได้ เดินไปพักไป ระหว่างทางเจอขยะที่คนเอาไปทิ้งไว้ เช่นขวดน้ำ
ขวดเบียร์ (น่าจะเก็บมาทิ้งหลังจากกินเสร็จ) สังเกตุดูธรรมชาติรอบ ๆ
ตัวมีต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ หลายต้นเหมือนกัน
เดินชมธรรมชาติไปต้นไม้เยอะเหมือนกัน มีกลิ่นไฟไหม้
และควันไฟเล็กน้อย คงเกิดจากไฟไหม้ป่าเมื่อคืน แน่ ๆ สังเกตุดูน้ำจะใสมาก
เอามือจับดูเย็นทีเดียว
![]() |
| การทดน้ำเพื่อนำมาใช้ในวนอุทยาน |
กลางทางมีการทดน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้ในบ้านพักของทางวนอุทยานด้วย และเนื่องจากปีนี้แล้งจัดจึงมีไฟป่าและได้เผาไหม้หญ้าแถวนั้นพอสมควร
![]() |
| ตัวด้วงที่นอนตายเนื่องจากถูกไฟป่าเผา |
เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ
จนสุดทางจะเจอน้ำตกชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด
ทำให้หายเหนื่อยเลย แต่น้ำไม่ค่อยเยอะเพราะเป็นหน้าแล้ง
ผมเอาน้ำมาล้างหน้าล้างคอรู้สึกเย็นดีมาก นั่งชมอยู่ประมาณ 20 นาทีจึงเดินลงมา
เดินลงมาถึงข้างล่าง
เข้าไปคุยกับแม่ค้า เลยสั่งส้มตำไทยกับไก่ย่างมากินรสชาติใช้ได้ครับ
ไก่ย่างก็อร่อย
![]() |
| น้ำเย็นมาก |
![]() |
| นัำตกชั้นบนสุด |







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น