วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ยันต์สัมพุทเธหงสา
อันว่ายันต์สัมพุทเธหงสาเป็นยันต์แคล้วคลาดป้องกันภัยทั้งปวง เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองหลวงพ่อใช้ยันต์นี้ลงตะกรุดแจกชาวบ้านระเบิดลงไม่เป็นไรเลย เลือดสักนิดก็ไม่ออกปลอดภัยหมดทุกคน ยันต์นี้เป็นยันต์ครูของหลวงปู่ ต่อมาหลวงปู่ได้ทำตะกรุดสัมพุทเธหงสาจำนวน 5 ดอก แจกให้ลูกศิษย์ไป 2 ดอก อยู่ที่ผม 3 ดอก ต่อมาลูกศิษย์ที่ได้รับไปทำไม่ดี หลวงปู่เลยเรียกคืนรวมทั้งที่ผมด้วย ต่อมาตะกรุดทั้ง 5 ดอกนี้หลวงปู่นำมาหลอมรวมกับแผ่นยันต์สร้างวัตถุมงคลของหลวงปู่ออกมา หลวงปู่บอกว่ายัรต์นี้เป็นของมอญสมัยโบราณ มีความศักดิ์สิทธิ์มากท่านมหาเถรคันฉ่องได้ทำตะกรุดนี้แจกทหารของสมเด็จพระนเรศวรตอนทำสงครามกับพม่า หลวงปู่บอกว่ายันต์นี้เวลาจะลงให้ลงเป็นยันต์กลเดินตามตาม้าหมากรุกเดินลงไปเรื่อย ๆ จนครบแปดสิบตัว เวลาปลุกเสกเสกด้วยพระคาถาพระพุทธคุณและพระคาถาสัมพุทเธดังนี้
สัมพุทเธอัฏฐะวีสัญจะ ทะวา ทะสัญจะ สะหัสสะเก ปัญจะ สะตะ สะหัสสานิ นะมามิสิรสาอะหัง เตสังธัมมัญ จะสังฆัญจะ อาทะเร นะนะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตะวาสัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะ รายาปิ วินัสสันตุอะเสสะโต นะโมพุทธายะยะธา พุทโมนะ ยันต์นี้หลวงปู่ลบถมทำเป็นผงและจารแผ่นทองแดงสร้างวัตถุมงคลของท่านทุกรุ่น
ที่มา หนังสือกระแสพระฉบับที่ 43 หลวงปู่ที่ว่านี้คือ หลวงปู่วิเวียร บุญมาก วัดดวงแข กรุงเทพมหานคร ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563
โค้กและสไปรท์จอมล่าสัตว์ปีก
โค้กและสไปรท์เป็นพี่น้องกัน (ตัวผู้ทั้งคู่)เป็นสุนัขพันทางลูกหมอกกับดำ (พ่อมัน) ปัจจุบันอายุสองปีกว่า ถ้ามีสัตว์ปีกโผล่เข้ามาที่บ้านเมื่อไหร่เป็นเจอสองตัวนี้ตะครุบทันที เช่นไก่ข้างบ้านถ้าผมอยู่อาจรอดแต่ถ้าผมไม่อยู่ตายอย่างเดียว นกกระปูดชอบวิ่งเข้ามาก็โดนเหมือนกัน ถ้าผมอยู่จะห้ามมันแล้วเอามาเลี้ยงไว้พอหายก็ปล่อย บางตัวก็ตาย โดยเฉพาะเจ้าโค้กเก่งมากเรื่องตะครุบสัตว์ปีก แต่สไปรท์เก่งทางด้านปีนรั้ว สูงแค่ไหนก็ปีนได้สบาย ๆ ออกได้เมื่อไหร่ไล่กัดชาวบ้านอีก ปัจจุบันสองตัวนี้เอาไปไว้บ้านพ่อแล้วเขาขังและปล่อยเป็นเวลา ก้ไปอยู่กับเจ้าดำพ่อของมัน
โค้กตัวดำน้อง สไปรท์ตัวขาวพี่ใหญ่
วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2563
ฝนแรกในปี2563
ในปีพุทธศักราช 2563 ฝนมาเมื่อวานเป็นครั้งแรกของปี คือวันที่ 13 เมษายน และตามมาด้วยวันนี้ ตกเกือบทั้งคืน ดีจริง ๆ ความแห้งแล้งได้เหือดหายไปพอสมควร ดูแล้วปีนี้ก็ไม่น่าจะแล้งเหมือนปีที่ผ่านมา ข้าวนาปี นาปรัง ต่างได้รับผลกระทบ เสียหายมากเมื่อปีกลาย และโรคโควิด 19 ก็ระบาดไปทั่วตั้งแตปลายปี 2562 แต่ประเทศไทยยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ชะลอลงแล้ว การเกิดโรคเริ่มลดลง
พูดถึงภัยธรรมชาติ เช่นความแห้งแล้ง ภัยฝุ่นจากการเผาป่า ตลอดจนถึงโรคระบาด ล้วนเกิดจากการกระทำของคนทั้งสิ้น (ไม่ใช้คำว่ามนุษย์ เพราะมนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ อิอิ) ถ้าคนรู้สำนึกรักธรรมชาติ ไม่ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะไม่ทำร้ายเรา ปัจจุบันได้ข่าวว่า ภาวะเรือนกระจกได้ลดลงเพราะเราลดการปล่อยก๊าซที่ทำลายชั้นบรรยากาศ ก็ยังนับว่าดีที่เป็นเช่นนั้น เราควรช่วยกันปลูกต้นไม้และรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อความสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆทั้งคนและสัตว์
ควรลดการกินของแปลกเหมือนบางประเทศในแถบเอเชีย กินสัตว์ที่เขากินกัน หลีกเลี่ยงการกินสัตว์ จำพวก เต่า ตะพาบ ค้างคาว ฯลฯ ลดการฆ่าการกินสัตว์ใหญ่ต่าง ๆ เช่นวัว ควาย (ส่วนตัวเลิกกินวัว ควาย มาประมาณ 10 ปีมาแล้ว ยิ่งเห็น ตอนเขาเอาขึ้นรถมาฆ่าตามสี่แยก ควายหน้าละห้อยน่าสงสารมาก ส่วนวัวบรรทุกรถพ่วงมาจอดข้างทางเตรียมส่งจีนน่าสงสารมาก)
กินเนื้อสัตว์ก็ควรกินพอประมาณ ไม่ใช่กินเยอะเกินไป ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมได้รับอากาศเย็น ๆ โชยมาที่หน้าต่างรู้สึกมีความสุขจริง ๆ (เวลาประมาณเก้าโมงเช้า จิบกาแฟดำไปด้วย) เดี๋ยวจะเอาข้าวเหนียวมูนไปฝากแม่หน่อยครับ
เขียนโดย krisda paleeriam
พูดถึงภัยธรรมชาติ เช่นความแห้งแล้ง ภัยฝุ่นจากการเผาป่า ตลอดจนถึงโรคระบาด ล้วนเกิดจากการกระทำของคนทั้งสิ้น (ไม่ใช้คำว่ามนุษย์ เพราะมนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ อิอิ) ถ้าคนรู้สำนึกรักธรรมชาติ ไม่ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะไม่ทำร้ายเรา ปัจจุบันได้ข่าวว่า ภาวะเรือนกระจกได้ลดลงเพราะเราลดการปล่อยก๊าซที่ทำลายชั้นบรรยากาศ ก็ยังนับว่าดีที่เป็นเช่นนั้น เราควรช่วยกันปลูกต้นไม้และรักษาป่าต้นน้ำ เพื่อความสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆทั้งคนและสัตว์
ควรลดการกินของแปลกเหมือนบางประเทศในแถบเอเชีย กินสัตว์ที่เขากินกัน หลีกเลี่ยงการกินสัตว์ จำพวก เต่า ตะพาบ ค้างคาว ฯลฯ ลดการฆ่าการกินสัตว์ใหญ่ต่าง ๆ เช่นวัว ควาย (ส่วนตัวเลิกกินวัว ควาย มาประมาณ 10 ปีมาแล้ว ยิ่งเห็น ตอนเขาเอาขึ้นรถมาฆ่าตามสี่แยก ควายหน้าละห้อยน่าสงสารมาก ส่วนวัวบรรทุกรถพ่วงมาจอดข้างทางเตรียมส่งจีนน่าสงสารมาก)
กินเนื้อสัตว์ก็ควรกินพอประมาณ ไม่ใช่กินเยอะเกินไป ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมได้รับอากาศเย็น ๆ โชยมาที่หน้าต่างรู้สึกมีความสุขจริง ๆ (เวลาประมาณเก้าโมงเช้า จิบกาแฟดำไปด้วย) เดี๋ยวจะเอาข้าวเหนียวมูนไปฝากแม่หน่อยครับ
เขียนโดย krisda paleeriam
วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
วัดพระเจ้าล้านทอง
![]() |
| หน้าวัดพระเจ้าล้านทองยามเช้า |
วัดพระเจ้าล้านทองสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทองงัวหรือทองวัว ราชบุตรของพระเจ้าติโลกราช เมื่อ พ.ศ.2032 (จุลศักราช 351) ตามที่ปรากฏในตำนานโยนกว่า เมื่อปี พ.ศ.2030 (จ.ศ.849 ปีมะแม นพศก) เจ้าสุวรรณคำล้านนา เจ้าผู้ครองเมืองเชียงแสนถึงแก่พิราลัย
![]() |
| พระเจ้าล้านทององค์หลังสุดเป็นพระประธานในวิหาร |
พระเจ้าเชียงใหม่ (พระยอดเชียงราย พระราชนัดดาของพระเจ้าติโลกราช ได้ขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระเจ้าติโลกราชแทนพ่อท้าวบุญเรือง ราชโอรสของพระเจ้าติโลกราช เจ้าทองงัวเป็นราชบุตรที่เกิดจากพระสนมจึงมิได้สืบสันติวงศ์) เห็นว่าเมืองเชียงแสนเป็นหัวเมืองสำคัญฝ่ายเหนือ จึงได้สถาปนาให้พระเจ้าทองงัว ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าหมื่นวัวไปครองเมืองเชียงแสน
![]() |
| ด้านข้างวิหารวัดพระเจ้าล้านทอง |
เจ้าหมื่นวัวได้ทรงน้ำมุรธาภิเศกที่เมืองเชียงแสน เมื่อวันพุธขึ้น 7 ค่ำเดือนยี่เหนือ (เดือน 12 ใต้) ปี พ.ศ.2032 (จ.ศ. 851) เฉลิมพระอภิชัยว่า "พระยาศิริราชเงินกอง" เมื่อได้ครองเมืองเชียงแสนแล้ว ท่านได้สร้างพระอารามขึ้นแห่งหนึ่งท่ามกลางเมืองเชียงแสน สร้างวิหารกว้าง 5 วา ยาว 9 วา เจดีย์กว้าง 3 วา สูง 7 วา
![]() |
| พระเจ้าล้านทอง |
หล่อพระพุทธปฏิมากรองค์หนึ่งด้วยทองปัญจะโลหะ หน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 กำมือ หนักล้านทอง (10 หาบ หรือ พันชั่ง) เมื่อหล่อเสร็จแล้ว จึงทรงเรียกว่า "พระเจ้าล้านทอง" และวัดแห่งนี้เลยเรียกกันว่า "วัดพระเจ้าล้านทอง" ดังปรากฏอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ (คัดจากใบเสมาหน้าวิหารวัดพระเจ้าล้านทอง)
![]() |
| พระเจดีย์หลังวิหารจะเอียงพอสมควร |
พอดีตอนเช้าวันพุธ หมอนัดผมที่โรงพยาบาล หลังจากเจาะเลือดแล้วได้ไปทานข้าวเช้า หลังจากนั้นพอมีเวลาเล็กน้อยจึงได้แวะไปนมัสการพระเจ้าล้านทอง ที่วัดพระเจ้าล้านทอง ในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามและมีประวัติที่ชัดเจนน่าสนใจ จึงเขียนเป็นบล็อก เรื่องวัดพระเจ้าล้านทองขึ้น
![]() |
| ต้นไผ่น้ำเต้าเป็นกอที่ข้างวัด |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
ดอยจระเข้
ถ้าคุณออกเดินทางจากอำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายไปอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย เมื่อคุณมาถึงอำเภอแม่จันคุณก็จะเจอภูเขาลูกหนึ่งขวางหน้าคุณอย...
-
อันว่ายันต์สัมพุทเธหงสาเป็นยันต์แคล้วคลาดป้องกันภัยทั้งปวง เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองหลวงพ่อใช้ยันต์นี้ลงตะกรุดแจกชาวบ้านระเบิดลงไม่...
-
ประมาณปี พ.ศ. 2505 เมื่อก่อนถนนหนทางรก ไม่เหมือนสมัยนี้ การเดินทางบางทีต้องเดินลัดทุ่งนาเพื่อไปติดต่อกันระหว่างหมู่บ้านกับหมู่บ้าน ...
-
ดอยตุงมีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่งอยู่ขอบหนอง จากตำนานเมืองสุวรรณโคมคำกล่าวไว้ว่า เทวดาได้นำน้ำจากทิศทั้งสี่มาใส่หม้อเก็บไว้ จึงเรียกว่า ถ้ำกุมภ...






